คลิกเลือกฟังรายการสดที่แบนเนอร์ใต้ข้อความนี้
วิทยุชุมชนเมืองชลบุรี
วิทยุชุมชนเมืองชลบุรี
วิทยุชุมชนเมืองชลบุรี
วิทยุชุมชนเมืองชลบุรี
วิทยุชุมชนเมืองชลบุรี
วิทยุชุมชนเมืองชลบุรี
chumchonradio
วิทยุชุมชนเมืองชลบุรี
เว็บน่าสนใจ
ฐากร
คนรักสุนทราภรณ์
mediamonitor
ผอ.ทนงศักดิ์
สัมพันธ์รักษ์ของนักเพลง
ภาพทิวทัศน์สวยมาก ๆ
ไหว้พระทั่วประเทศ
แปลภาษา
สูตรอาหาร
สุภิญญา
ทำผังรายการ กสทช
เรียนถ่ายภาพ
การติดต่อสื่อสาร
ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์
สมุดหน้าเหลือง
ตรวจเช็คพัสดุที่ส่ง
เพื่อทำเว็บ
เข้าทำเว็บ
รวมภาพเคลื่อนไหว
ภาพประกอบเว็บ
รวม Link
สอนลูกเล่นแต่งเว็บ
เทียบเวลาทั่วโลก
โค้ดทุกอย่าง
โค้ดฟรี
คลังรูปภาพ
รวมภาพเพื่อแต่งเว็บ
สีต่าง ๆ
โค้ดเวลาและนาฬิกา
ฟังรายการ
รายการ
ต่อ PDF
sms
87.75 ช่องที่ 2
อื่น ๆ
คลิกที่นี่
มหาสงกรานต์ปี 51
(Reader : 5207)
มหาสงกรานต์ปี 51
นางสงกรานต์นาม “ทุงสะเทวี”เป็นนอมินีของ “พระนารายณ์”นั่งครุฑถือจักรสังข์ โบราณพยากรณ์ข้าวยากหมากแพง-เกิดเภทภัย-มีศึกบ้านเมือง-ผู้คนล้มตาย
ครม.ไฟเขียวหยุดยาว 5 วันรวด 12-16 เม.ย.

มหาสงกรานต์ปี 51
นางสงกรานต์นาม “ทุงสะเทวี”เป็นนอมินีของ “พระนารายณ์”นั่งครุฑถือจักรสังข์ โบราณพยากรณ์ข้าวยากหมากแพง-เกิดเภทภัย-มีศึกบ้านเมือง-ผู้คนล้มตาย
ครม.ไฟเขียวหยุดยาว 5 วันรวด 12-16 เม.ย.

มหาสงกรานต์ปี 51
นางสงกรานต์นาม “ทุงสะเทวี”เป็นนอมินีของ “พระนารายณ์”นั่งครุฑถือจักรสังข์ โบราณพยากรณ์ข้าวยากหมากแพง-เกิดเภทภัย-มีศึกบ้านเมือง-ผู้คนล้มตาย
ครม.ไฟเขียวหยุดยาว 5 วันรวด 12-16 เม.ย.

มหาสงกรานต์ปี 51
นางสงกรานต์นาม “ทุงสะเทวี”เป็นนอมินีของ “พระนารายณ์”นั่งครุฑถือจักรสังข์ โบราณพยากรณ์ข้าวยากหมากแพง-เกิดเภทภัย-มีศึกบ้านเมือง-ผู้คนล้มตาย
ครม.ไฟเขียวหยุดยาว 5 วันรวด 12-16 เม.ย.

มหาสงกรานต์ปี 51
นางสงกรานต์นาม “ทุงสะเทวี”เป็นนอมินีของ “พระนารายณ์”นั่งครุฑถือจักรสังข์ โบราณพยากรณ์ข้าวยากหมากแพง-เกิดเภทภัย-มีศึกบ้านเมือง-ผู้คนล้มตาย
ครม.ไฟเขียวหยุดยาว 5 วันรวด 12-16 เม.ย.

หายไปนาน ไปต่างประเทศมาหลายวัน
Posted by : อ้วน พัฒนาวัน/เวลา : 26/3/2551 15:40:22
มหาสงกรานต์ปี 51
มหาสงกรานต์ปี 51
นางสงกรานต์นาม “ทุงสะเทวี”เป็นนอมินีของ “พระนารายณ์”นั่งครุฑถือจักรสังข์ โบราณพยากรณ์ข้าวยากหมากแพง-เกิดเภทภัย-มีศึกบ้านเมือง-ผู้คนล้มตาย
ครม.ไฟเขียวหยุดยาว 5 วันรวด 12-16 เม.ย.

มหาสงกรานต์ปี 51
นางสงกรานต์นาม “ทุงสะเทวี”เป็นนอมินีของ “พระนารายณ์”นั่งครุฑถือจักรสังข์ โบราณพยากรณ์ข้าวยากหมากแพง-เกิดเภทภัย-มีศึกบ้านเมือง-ผู้คนล้มตาย
ครม.ไฟเขียวหยุดยาว 5 วันรวด 12-16 เม.ย.

มหาสงกรานต์ปี 51
นางสงกรานต์นาม “ทุงสะเทวี”เป็นนอมินีของ “พระนารายณ์”นั่งครุฑถือจักรสังข์ โบราณพยากรณ์ข้าวยากหมากแพง-เกิดเภทภัย-มีศึกบ้านเมือง-ผู้คนล้มตาย
ครม.ไฟเขียวหยุดยาว 5 วันรวด 12-16 เม.ย.
อิ อิ
Posted by : อ้วน พัฒนา
วัน/เวลา :26/3/2551 15:44:48
ล้อเล่น โบราณพยากรณ์ข้าวยากหมากแพง-เกิดเภทภัย-มีศึกบ้านเมือง-ผู้คนล้มตาย
Posted by :อ้วน พัฒนา
วัน/เวลา :26/3/2551 15:50:29
นางสงกรานต์ ทุงสะเทวี ปีนี้จะข้าวยากหมากแพง

เมื่อวานนี้ (25 มีนาคม) น.ส.อมรรัตน์ เทพกำปนาท นักวิชาการวัฒนธรรม 8 ว. สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) กระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า วันมหาสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ตรงกับวันที่ 13 เมษายน เป็นวันอาทิตย์ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 5 เวลา 18.24 นาฬิกา นางสงกรานต์นาม "ทุงสะเทวี" ทรงพาหุรัด ทัดดอกทับทิม อาภรณ์แก้วปัทมราค ภักษาหารอุทุมพรหรือผลมะเดื่อ พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงสังข์ เสด็จนั่งมาเหนือหลังครุฑเป็นพาหนะ

น.ส. อมรรัตน์ กล่าวต่อว่า วันที่ 15 เมษายน เวลา 22.53.24 นาฬิกา เปลี่ยนจุลศักราชใหม่เป็น 1370 ปีนี้วันพุธธงชัย อังคารเช้าอธิบดี ตกบ่ายอุบาทว์ และศุกร์อุบาทว์ พฤหัสบดีโลกาวินาศ ดินฟ้าฝน อาทิตย์เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก 400 ห่า ตกในโลกมนุษย์ 40 ห่า ตกในมหาสมุทร 80 ห่า ตกในป่าหิมพานต์ 120 ห่า ตกในเขาจักรวาล 160 ห่า นาคให้น้ำ 4 ตัว เกณฑ์ธัญญาหารได้เศษ 2 ชื่อวิบัติ ข้าวกล้าในภูมินาจะได้ผลกึ่งเสียกึ่ง เกณฑ์ธาราธิคุณตกราศีวาโยหรือลม และน้ำน้อย

นักวิชาการวัฒนธรรม 8 ว. อธิบายเพิ่มเติมว่า จากประกาศสงกรานต์ข้างต้น ดูตามคำพยากรณ์โบราณจะเห็นได้ว่า วันมหาสงกรานต์ปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ ท่านว่าพืชพันธุ์ธัญญาหารไม่สู้งอกงามนัก วันจันทร์เป็นวันเนา มักจะเกิดความเจ็บไข้ต่างๆ เกลือจะแพง นางพญาจะร้อนใจ วันอังคารเป็นวันเถลิงศก ข้าราชการทุกหมู่เหล่าจะมีความสุข มีชัยชนะแก่ศัตรูหมู่พาล ส่วนทางล้านนาทำนายว่า ปีนั้นข้าวหมากเกลือจักแพง คนจักเป็นพยาธิ ข้าศึกจะมีแก่บ้านเมือง หนอนแมลงกินพืชไร่ อีกทั้งนางสงกรานต์เสด็จมาในท่านั่ง อิริยาบถนี้ท่านว่า จะนำมาซึ่งความเจ็บไข้ ผู้คนล้มตายและจะเกิดเหตุเภทภัยต่างๆ โดยรวมแล้วปีใหม่ไทยมีแต่เรื่องชวนหดหู่ไม่น้อย ส่วนดีมีนิดเดียว และแม้จะไม่ดูคำทำนายแต่สอดคล้องสภาพเศรษฐกิจ ตลอดจนดินฟ้าอากาศที่ผ่านมา ก็บ่งบอกอนาคตได้อยู่แล้ว ยิ่งมีความเชื่อสมัยก่อนมาตอกย้ำด้วย ไม่ควรประมาท

"นางสงกรานต์ปีนี้จะไม่ดุนัก ยังทรงครุฑซึ่งเป็นพาหนะของพระนารายณ์หรือพระวิษณุ ผู้เป็นหนึ่งในสามมหา เทพของพราหมณ์ และในพระหัตถ์ยังทรงจักรและสังข์ที่เป็นอาวุธของพระนารายณ์อีกเช่นกัน หากจะมองในด้านบวก นางทุงสะเทวีก็เป็นเสมือนนอมินีของพระนารายณ์ ที่ทรงมีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองโลก และปราบปรามเหล่ายักษ์อสูรที่คอยมาสร้างความเดือดร้อนแก่มนุษย์"

น.ส.อมรรัตน์ กล่าวและว่า ส่วนภักษาหารที่เป็นผลมะเดื่อนี้ ทางฮินดูถือเป็นไม้มงคล ตามหลักวิทยาศาสตร์เป็นผลไม้แคลเซียมสูง รากผลมีสรรพคุณทางยาแก้ท้องร่วง ชะล้างบาดแผล ถอนพิษไข้ และเป็นยาระบายอีกด้วย
ไปขอพรบ้านนอกกันหยุดยาวๆๆๆ อิ อิ (ไปออกกำลังกายก่อนมาฟังเพลงทัน ไม่ขอเพลงฟังอย่างเดียวคือมีเพลงของตัวเองว่าได้มีหมด)

Posted by :อ้วน พัฒนา
วัน/เวลา :27/3/2551 5:17:12
นางสงกรานต์ปี 52 ใครอ่ะ
Posted by :..........
วัน/เวลา :18/1/2552 19:12:52
ไม่บอกชื่อก็จัดให้ครับ

ประกาศสงกรานต์ปี พ.ศ. 2552


ปกติมาส อธิกวาร ปกติสุรทิน


สงกรานต์วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน เวลา 1 นาฬิกา 8 นาที 24 วินาที


นางสงกรานต์ชื่อ โคราคะเทวี ทรงพาหุรัตน์ทัดดอกปีบ แก้วมุกดาหาร เป็นอาภรณ์ ภักษาหารน้ำมันเนย พระหัตถ์ขวาทรงพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จมา บนหลังเสือ

เถลิงศก จุลศักราช 1371


วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน เวลา 5 นาฬิกา 5 นาที 60 วินาที


เถลิงศก 2552 จุลศักราช 1371
มาสเกณฑ์ 16957 อวมาน 119
หรคุณ 500771 กัมมัชพล 630
อุจจพล 2422 ดิถี 22
วาร 5


กาลโยค เริ่มใช้ วันที่ 16 เมษายน


ศก 228 ธงไชย อธิบดี อุบาทว์ โลกาวินาศ
วัน 7 4 6 6
ยาม 1 7 8 3
ราศี 9 3 8 7
ดิถี 3 15 2 1
ฤกษ์ 24 24 23 7


เกณฑ์นาคให้น้ำ
ปีฉลู นาคราชให้น้ำ 5 ตัว ฝนต้นปี กลางปี ปลายปีเสมอกันีมากแล


เกณฑ์ธัญญาหาร
ชื่อ ลาภะ ข้าวกล้าในภูมินาจะได้ผล 10 ส่วน เสีย 1 ส่วน ธัญญาหาร ผลาหาร มังสาหารบริบูรณ์ ประชาชนทั้งหลายอยู่เย็นเป็นสุขแล


เกณฑ์พิรุณศาสตร์
ปีนี้ จันทร์ เป็นอธิบดีฝน บันดาลในฝนตก 500 ห่า ตกในจักรวาล 200 ห่า
ตกในหิมพานต์150 ห่า ตกในมหาสมุทร 100 ห่า ตกในโลกมนุษย์ 50 ห่า
Posted by :อ้วน พัฒนา
วัน/เวลา :19/1/2552 10:13:32
อีกนีสครับ

นางสงกรานต์ เป็นคติความเชื่ออยู่ในตำนานสงกรานต์ อันเป็นเรื่องเล่าถึงความเป็นมาของประเพณีดังกล่าว เป็นอุบายเพื่อให้คนโบราณได้รู้ว่าวันมหาสงกรานต์ คือ วันที่พระอาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ ซึ่งสมัยนั้นถือเป็นการเถลิงศกใหม่ หรือวันขึ้นปีใหม่ตามสุริยคติตรงกับวันใด โดยสมมุติผ่านนางสงกรานต์ทั้งเจ็ดเทียบกับแต่ละวันในสัปดาห์ ปีไหนตรงกับวันใด นางสงกรานต์ที่มีชื่อสมมุติเข้ากับวันนั้นๆก็จะเป็นผู้อัญเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหมออกแห่ไปสรงน้ำ ซึ่งนางสงกรานต์ทั้งเจ็ดนี้ เป็นเทพธิดาลูกสาวท้าวกบิลพรหม และเป็นบาทบริจาริกาของพระอินทร์ จากตำนานเล่าถึงท้าวกบิลพรหมแพ้พนันธรรมบาลกุมาร ต้องตัดเศียรออกบูชาธรรมบาลกุมารตามสัญญา แต่เนื่องจากพระเศียรของพระองค์ตกไปอยู่ที่ใด ก็จะเป็นอันตรายต่อที่นั้นไม่ว่าจะเป็นบนอากาศ บนดินหรือในน้ำ ดังนั้น ธิดาทั้งเจ็ดจึงต้องนำพานมารองรับ และนำไปประดิษฐานไว้ในถ้ำคันธชุลี ณ เขาไกรลาส ครั้นถึงกำหนด ๓๖๕ วัน ซึ่งโลกสมมุติว่าเป็นปีหนึ่งเวียนมาถึงวันมหาสงกรานต์ เทพธิดาทั้งเจ็ดก็จะทรงพาหนะต่างๆผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรของบิดาออกแห่ โดยที่เทพธิดาทั้งเจ็ดนี้ปรากฏในวันมหาสงกรานต์เป็นประจำ จึงได้ชื่อว่า “นางสงกรานต์” ส่วนท้าวกบิลพรหมนั้น โดยนัยก็คือ พระอาทิตย์ นั่นเอง เพราะกบิล หมายถึง สีแดงนั่นเอง

Posted by :อ้วน พัฒนา
วัน/เวลา :19/1/2552 10:17:45
ตำนานเกี่ยวกับกำเนิดวันสงกรานต์

กล่าวไว้ว่า ก่อนพุทธกาลมีเศรษฐีครอบครัวหนึ่ง อายุเลยวัยกลางคนก็ยังไร้ทายาทสืบสกุล ซึ่งทำให้ท่านเศรษฐีทุกข์ใจเป็นอันมาก ข้างรั้วบ้านเศรษฐีมีครอบครัวหนึ่ง หัวหน้าครอบครัวเป็นนักเลงสุรา ถ้าวันไหนร่ำสุราสุดขีด ก็จะพูดเสียงดังแสดงวาจาเยาะเย้ยเศรษฐีสบประมาทในความมีทรัพย์มาก แต่ไร้ทายาทสืบสมบัติเสมอ

วันหนึ่งเศรษฐีจึงถามว่ามีความขุ่นเคืองอะไร

จึงแสดงอาการเยาะเย้ยและสบประมาท เฒ่านักดื่มจึงตอบ ถึงท่านมั่งมีสมบัติมากก็จริง แต่เป็นคนมีบาปกรรมท่านจึงไม่มีบุตร ตายไปแล้วสมบัติก็ตกเป็นของผู้อื่นหมด สู้เราไม่ได้ถึงแม้จะยากจนแต่ก็มีบุตรคอยดูแลรักษายามเจ็บไข้ และรักษาทรัพย์สมบัติเมื่อเราสิ้นใจ

นับแต่นั้นมา เศรษฐียิ่งมีความเสียใจ

จึงพยายามไปบวงสรวงพระอาทิตย์และพระจันทร์ เพียรพยายามตั้งจิตอธิษฐานขอบุตร ทำเช่นนี้เป็นเวลาติดต่อกันถึงสามปี ก็ไม่ได้บุตรดังที่ตนปรารถนา จนวันหนึ่งเป็นวันนักขัตฤกษ์สงกรานต์ ท่านเศรษฐีก็พาข้าทาสบริวารของตนมาที่โคนต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่ง ที่อยู่บนฝั่งแม่น้ำที่อาศัยของนกทั้งหลาย ท่านเศรษฐีให้บริวารล้างข้าวสารด้วยน้ำสะอาดถึง 7 ครั้ง แล้วจึงหุงข้าวสารนั้น เมื่อสุกแล้วยกขึ้นบูชาพระไทร

เทพเหล่านั้นเกิดความสงสาร

จึงขึ้นไปเฝ้าพระอินทร์ ทูลขอบุตรแก่เศรษฐี พระอินทร์จึงบัญชาให้เทพบุตรองค์หนึ่งชื่อ “ธรรมบาล” ลงมาเกิดในครรภ์ของภรรยาเศรษฐี เมื่อครบกำหนดภรรยาเศรษฐีก็คลอดบุตรเป็นชาย เศรษฐีจึงตั้งชื่อว่า ธรรมบาลกุมาร เพื่อตอบสนองพระคุณเทพเทวา เศรษฐีจึงสร้างปราสาทสูง 7 ชั้น ถวายเทพต้นไทร

เมื่อธรรมบาลกุมารเจริญวัยขึ้น

เป็นเด็กที่มีปัญญาเฉียบแหลม รอบรู้ และวัยเพียง 7 ขวบก็เรียนจบไตรเพท ยังมีเทพองค์หนึ่งชื่อ “ท้าวกบิลพรหม” ได้ยินกิตติศัพท์ทางสติปัญญาอันยอดเยี่ยมของเด็กน้อย จึงคิดทดลองภูมิปัญญาโดยการเอาชีวิตเป็นเดิมพันจึงถามปัญหา 3 ข้อ ถ้ากุมารน้อยแก้ปัญหาทั้ง 3 ข้อได้ กบิลพรหมจะตัดศีรษะของตนบูชา ถ้าธรรมบาลแก้ไม่ได้ ก็จะต้องเสียหัวเพื่อยอมรับความพ่ายแพ้

ปัญหานั้นมีว่า

1. ตอนเช้าราศีคนอยู่แห่งใด

2. ตอนเที่ยงราศีของคนอยู่แห่งใด

3. ตอนค่ำราศีของคนอยู่แห่งใด

เมื่อได้ฟังปัญหาแล้ว ธรรมบาลไม่อาจทราบคำตอบในทันทีได้ จึงผลัดวันตอบปัญหาไปอีก 7 วัน ครั้นเวลาล่วงจากนั้นไป 6 วัน ธรรมบาลกุมารก็ยังคิดหาคำตอบปัญหานั้นไม่ได้ จึงหลบออกจากปราสาทหนีเข้าป่า และไปนอนพักเอาแรงใต้ต้นตาล

ขณะนั้นบนต้นตาลมีนกอินทรีคู่หนึ่งอาศัยอยู่

นางนกถามสามีว่า “พรุ่งนี้เราจะไปหาอาหารที่ไหน” นกสามีก็ตอบว่า “พรุ่งนี้เราไม่ต้องบินไปไกล เพราะจะได้กินเนื้อธรรมบาลกุมาร ซึ่งจะถูกท้าวกบิลพรหมตัดหัว เนื่องจากแก้ปัญหาไม่ได้” นางนกถามว่า “ปัญหานั้นว่าอย่างไร”

นกสามีตอบว่า ปัญหามีอยู่ 3 ข้อ และหมายถึง

ข้อหนึ่ง ตอนเช้าราศีของมนุษย์อยู่ที่หน้า คนจึงต้องล้างหน้าทุกๆ เช้า

ข้อสอง ตอนเที่ยงราศีคนอยู่ที่อก มนุษย์จึงต้องเอาเครื่องหอมประพรมที่อก

ข้อสาม ตอนค่ำราศีคนอยู่ที่เท้า มนุษย์จึงต้องล้างเท้าก่อนเข้านอน

ธรรมบาลกุมาร ได้ยินการไขปัญหาของนกอินทรี และจำจนขึ้นใจ

ทั้งนี้เพราะธรรมบาลรู้ภาษานก จึงกลับสู่ปราสาทอันเป็นที่อยู่แห่งตน รุ่งขึ้นเป็นวันครบกำหนดแก้ปัญหา ท้าวกบิลพรหมมาฟังคำตอบ ธรรมบาลกุมารกล่าวแก้ปัญหาตามที่นกอินทรีคุยกันทุกประการ

ท้าวกบิลพรหมจึงเรียก ธิดาทั้ง 7 ของตน

อันเป็นบริจาริกาคือหญิงรับใช้ของพระอินทร์มาพร้อมกัน แล้วบอกว่าตนจะตัดเศียรบูชาธรรมบาลกุมาร แต่ถ้าเอาศีรษะพ่อวางไว้บนแผ่นดินก็จะลุกไหม้ไปทั้งโลก ถ้าจะโยนขึ้นไปบนอากาศ อากาศจะแห้งแล้งฟ้าฝนจะหายไปสิ้น ถ้าทิ้งลงไปในมหาสมุทร น้ำในมหาสมุทรจะแห้งแล้งไปเช่นกัน

จึงสั่งให้ นางทั้ง 7 คน เอาพานมารองรับศีรษะ

แล้วจึงตัดศรีษะส่งให้นางทุงษธิดาคนโต นางทุงษจึงเอาพานรับเศียรบิดาไว้แล้วแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุ 60 นาที

แล้วอัญเชิญไปไว้ใน

มณฑปถ้ำคันธุรลี เขาไกรลาส บูชาด้วยเครื่องทิพย์ พระเวสสุกรรมก็เนรมิตโรงประดับด้วยแก้ว 7 ประการ ชื่อภควดี ให้เป็นที่ประชุมเทวดา เทวดาทั้งปวงก็เอาเถาฉมูนวดลงมาล้างในสระอโนดาต 7 ครั้ง แล้วก็แจกกันเสวยทุกๆ องค์

ครั้นครบ 365 วัน

โลกสมมุติว่าเป็นหนึ่งปีเป็นสงกรานต์ ธิดา 7 องค์ ของเท้ากบิลพรหมก็ผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรของพระบิดาออกแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุทุกปี แล้วจึงกลับไป




Posted by :อ้วน พัฒนา
วัน/เวลา :21/1/2552 20:07:22
แสดงความคิดเห็น
ข้อความ
รูปภาพ
ชื่อ
อีเมล์
ให้ใส่เป็นตัวเลขอารบิก
                    

จำนวนผู้เข้าชมทั้งสิ้น
Web Page Hit Counter
Dell Promotion Codes
 
© 2014 All Rights Reserved
Powered by
www.chumchonradio.net