ฟังรายการสดคลิกเลือกแบนเนอร์ใต้ข้อความนี้
chumchonradio
วิทยุชุมชนเมืองชลบุรี
วิทยุชุมชนเมืองชลบุรี
เว็บน่าสนใจ
ไหว้พระทั่วประเทศ
คนรักสุนทราภรณ์
mediamonitor
ผอ.ทนงศักดิ์
ฐากร
ภาพทิวทัศน์สวยมาก ๆ
เรียนถ่ายภาพ
แปลภาษา
สูตรอาหาร
สุภิญญา
ทำผังรายการ กสทช
อยากกินอะไรแตะดูสูตรได้เลย
พัณธวณิช
แผนที่ประเทศไทย
เช็คจากรหัสสถานี
เรื่องบัญชี
สัมพันธ์รักษ์ของนักเพลง
คุยกับหมอศิริราช
การติดต่อสื่อสาร
ตรวจเช็คพัสดุที่ส่ง
ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์
สมุดหน้าเหลือง
หารหัสไปรษณีย์
เพื่อทำเว็บ
เทียบเวลาทั่วโลก
โค้ดเวลาและนาฬิกา
โค้ดทุกอย่าง
เข้าทำเว็บ
สอนลูกเล่นแต่งเว็บ
รวมภาพเพื่อแต่งเว็บ
โค้ดฟรี
รวม Link
ภาพประกอบเว็บ
รวมภาพเคลื่อนไหว
สีต่าง ๆ
คลังรูปภาพ
ฟังรายการ
sms
ป้ายเชียงใหม่
ป้ายนครราชสีมา
แปลง PDF เป็น JPG
twitter
08.00-10.00 น. เสือแม่ลูก
ต่อ PDF
ป้ายภูเก็ต

เพ็ญศรี พุ่มชูศรี

              คุณเพ็ญศรี พุ่มชูศรี เกิดที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๒ หลังจากที่ท่านเรียนจบระดับมัธยมที่โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรีพิษณุโลกแล้ว ครอบครัวของท่านก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร แต่เนื่องจากฐานะของทางบ้านค่อนข้างขัดสน คุณเพ็ญศรีจึงไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือต่อ

             อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่มีความสนใจและสามารถร้องเพลงได้ดีตั้งแต่เล็กๆ คุณเพ็ญศรีจึงได้เข้าประกวดร้องเพลงตามงานวัดต่างๆ ตั้งแต่อายุเพียง ๘ ปี โดยใช้นามว่า “ผ่องศรี พุ่มชูศรี” และประสบความสำเร็จได้รับรางวัลชนะเลิศหลายสิบครั้ง ทำให้มีผู้ทาบทามให้ไปร้องเพลงอัดแผ่นเสียงเป็นครั้งแรก เมื่อปี ๒๔๘๔ ขณะที่อายุเพียง ๑๒ ปี โดยร้องเพลงชื่อ “ศีลธรรมทั้งห้า”ซึ่งเป็นผลงานการประพันธ์ทั้งคำร้องและทำนอง โดย ศิวะ วรนาฏ โดยได้รับเงินค่าตอบแทน ๕ บาท

                  ราวปี พ.ศ. ๒๔๘๔ คุณพ่อของเธอประสบอุบัติเหตุจนต้องตัดแขนทิ้ง นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ด้วยความยากจนและพิการ ไม่สามารถที่จะหาเงินมาเป็นค่ารักษาและค่ายา หนทางเดียวเท่านั้นที่เธอจะทำได้คือการเข้าไปนั่งคุกเข่าร้องเพลงให้นายแพทย์สมหวัง ฉายะจินดา ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ ด้วยน้ำเสียงที่ใสดั่งดวงแก้ว ทำให้คุณหมอเกิดจิตเมตตาถึงกับเอ่ยปากยกค่ายาและค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมด นี่คือเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้เด็กหญิงตัวน้อยๆ ทำเสียงของเธอให้เป็นทรัพย์ขึ้นมา

             อีกประมาณ ๑ ปีถัดมา คือช่วงปี ๒๔๘๕ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ กองทัพญี่ปุ่นได้เข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทย บริษัทมิตซุย ซึ่งเป็นบริษัทของญี่ปุ่น ก็ได้ว่าจ้างให้คุณเพ็ญศรีไปขับร้องเพลงเป็นประจำในค่ายทหารญี่ปุ่น โดยให้เงินเดือน ๔๕ บาท

              ต่อมาในปี ๒๔๘๗ คุณเพ็ญศรีก็ได้ไปสมัครเป็นนักร้องประจำวงดนตรีสากลของกรมโฆษณาการ โดยการสนับสนุนอย่างแข็งขันของ ครูเวส สุนทรจามร และได้รับการบรรจุให้เป็นข้าราชการสามัญ ทำหน้าที่ร้องเพลงกับวงดนตรีกรมโฆษณาการ ซึ่งมี ครูเอื้อ สุนทรสนาน เป็นหัวหน้าวง เพ็ญศรีมีชื่อเล่นว่า "แอ๊ด"แต่ต่อมาเมื่อมาอยู่กรมโฆษณาการแล้ว ได้เปลี่ยนชื่อเล่นเป็น "โจ๊ว" ตามคำว่า "ฮุดโจ๊ว" ซึ่งแปลว่า พระจีน เนื่องจากเพ็ญศรีชอบใส่ชุดคอกระเบื้องสีเหลืองร้องเพลง ด้วยรูปร่างอ้วนกลม เมื่อ มัณฑนา โมรากุล เห็นจึงเรียกว่า "ฮุดโจ๊ว" แล้วกลายเป็น "โจ๊ว" ในที่สุด

              ต่อมาก็ได้ร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียงที่ห้าง ต.เง็กชวน ส่งผลให้ผลงานเพลงที่ท่านร้อง เริ่มเผยแพร่ออกไปเรื่อยๆ ทำให้ประชาชนทั่วไปได้เริ่มรู้จักกับยอดนักร้องที่มีน้ำเสียงที่ไพเราะจับใจคนใหม่ และเพิ่มความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนนอกเวลาราชการ คุณเพ็ญศรีก็ได้เริ่มร้องเพลงให้กับวงดนตรีรัตนศิลป์ ของ ครูแก้ว อัจฉริยกุล ที่โรงภาพยนตร์พัฒนากร โดยขับร้องเพลง “เสียงสะอื้น” ซึ่งเป็นผลงานการประพันธ์ทำนองโดย ครูเอื้อ สุนทรสนาน และคำร้องโดย ครูแก้ว อัจฉริยกุล เป็นเพลงแรก

            ครั้นถึงปี ๒๔๙๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้คุณเพ็ญศรีขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์เพลง “สายฝน” ซึ่งเพิ่งได้ทรงพระราชนิพนธ์เอาไว้ก่อนหน้านั้นไม่นาน โดยเป็นการร้องสดในรายการบรรเลงดนตรีรายการหนึ่ง หลังจากนั้น ในปี ๒๔๙๑ จึงได้ขับร้องเพลงนี้บันทึกแผ่นเสียงกับห้างแผ่นเสียงนำชัย นับเป็นงานสำคัญในยุคแรกๆ ของการทำงานที่คุณเพ็ญศรีมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

             หลังจากนั้นชื่อเสียงของคุณเพ็ญศรีก็เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง กล่าวได้ว่าเกือบจะไม่มีใครที่ไม่รู้จัก “เพ็ญศรี พุ่มชูศรี” เลย ในช่วงปี ๒๔๙๔-๒๔๙๕ งานร้องเพลงก็ประดังเข้ามาหาคุณเพ็ญศรีมากขึ้นเรื่อยๆ ท่านได้ร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียงเพิ่มขึ้น และยังได้เข้าร่วมงานกับละครคณะชุมนุมศิลปิน ซึ่งเป็นคณะละครเวทีของ คุณสุวัฒน์ วรดิลก โดยคุณเพ็ญศรีรับหน้าที่ทั้งร้องเพลงประกอบการแสดง และร่วมแสดงด้วย

             แต่เนื่องจากทางราชการไม่อนุญาตให้ข้าราชการไปแสดงละครกับเอกชน ท่านจึงตัดสินใจลาออกจากราชการเพื่อไปร่วมงานกับ คุณสุวัฒน์ วรดิลก อย่างเต็มตัว ในระยะนั้นเองทั้งคุณเพ็ญศรี และคุณสุวัฒน์ก็เกิดความรักใคร่ เห็นอกเห็นใจกันจึงได้ตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน และอยู่เป็นคู่ทุกข์คู่ยากกันมา

            แม้ว่าจะลาออกจากราชการไปแล้ว หากทางการมีงานสำคัญๆ คุณเพ็ญศรีก็มักจะได้รับเชิญให้ไปร่วมงานด้วยเสมอ เช่น ได้รับเชิญให้ไปขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์เพื่อบันทึกแผ่นเสียงอีกหลายครั้ง ชีวิตและงานของคุณเพ็ญศรีซึ่งกำลังรุ่งโรจน์เป็นอย่างยิ่ง ก็หาได้ราบรื่นไปจนตลอดรอดฝั่งไม่ เพราะในช่วงหนึ่ง ทั้งท่านเองและคุณสุวัฒน์ก็ต้องประสบกับมรสุมทางการเมือง มีอันต้องถูกจองจำ ขาดอิสรภาพไประยะหนึ่ง ซึ่งท่านได้เล่าด้วยความขมขื่นว่า ทั้งท่านและคุณสุวัฒน์ถูกใส่ร้ายจากคู่แข่งทางการเมืองด้วยข้อหาที่รุนแรง แต่ปราศจากความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง อันมีสาเหตุเนื่องมาจากการที่คุณ