ฟังรายการสดคลิกเลือกแบนเนอร์ใต้ข้อความนี้
chumchonradio
วิทยุชุมชนเมืองชลบุรี
วิทยุชุมชนเมืองชลบุรี
เว็บน่าสนใจ
ไหว้พระทั่วประเทศ
คนรักสุนทราภรณ์
mediamonitor
ผอ.ทนงศักดิ์
ฐากร
ภาพทิวทัศน์สวยมาก ๆ
เรียนถ่ายภาพ
แปลภาษา
สูตรอาหาร
สุภิญญา
ทำผังรายการ กสทช
อยากกินอะไรแตะดูสูตรได้เลย
พัณธวณิช
แผนที่ประเทศไทย
เช็คจากรหัสสถานี
เรื่องบัญชี
สัมพันธ์รักษ์ของนักเพลง
คุยกับหมอศิริราช
การติดต่อสื่อสาร
ตรวจเช็คพัสดุที่ส่ง
ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์
สมุดหน้าเหลือง
หารหัสไปรษณีย์
เพื่อทำเว็บ
เทียบเวลาทั่วโลก
โค้ดเวลาและนาฬิกา
โค้ดทุกอย่าง
เข้าทำเว็บ
สอนลูกเล่นแต่งเว็บ
รวมภาพเพื่อแต่งเว็บ
โค้ดฟรี
รวม Link
ภาพประกอบเว็บ
รวมภาพเคลื่อนไหว
สีต่าง ๆ
คลังรูปภาพ
ฟังรายการ
sms
ป้ายเชียงใหม่
ป้ายนครราชสีมา
แปลง PDF เป็น JPG
twitter
08.00-10.00 น. เสือแม่ลูก
ต่อ PDF
ป้ายภูเก็ต

รถคุณเป็นอะไร

ภัยร้ายรายวัน : “รถคุณเป็นอะไร”?!
          เรื่องราวดังกล่าว เกิดขึ้นบริเวณใจกลางเมือง ในขณะที่เหยื่อสาวขับรถแล้วจอดติดสัญญาณไฟแดง แม้เธอจะล็อกประตูทุกด้านเพื่อป้องกันเหตุร้าย  แต่อยู่ๆ ก็มีชายสูงวัยเดินมาที่ข้างรถด้านคนขับ และเคาะกระจก โวยวายด้วยประโยคที่เธอฟังไม่รู้เรื่อง

ชายสูงวัยคนดังกล่าว ชี้ไปทางด้านหลังรถของเธอ ราวกับว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นที่นั่น

ด้วยความรักรถ และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นได้ในเวลากลางวัน พร้อมกับรถยังต้องจอดติดสัญญาณไฟอยู่ เธอรีบร้อนเปิดล็อกประตู และลงไปดูที่ท้ายรถ ในขณะนั้น ชายสูงวัยเดินหายเข้าไปในซอยบริเวณใกล้เคียงแล้ว

และเธอก็ได้พบว่า ที่ท้ายรถมีของเหลว ลักษณะคล้ายกาวน้ำสีขาว หกเปื้อนบริเวณท้ายรถอยู่ไม่มาก จึงตัดสินใจเดินกลับขึ้นรถ ตั้งใจจะหยิบกระดาษชำระและน้ำสะอาดเพื่อเช็ดคราบกาว แต่เธอก็พบว่า กระเป๋าสะพาย ภายในมีเงินสด บัตรต่างๆ และโทรศัพท์มือถือ ที่วางไว้บนเบาะนั่งด้านข้างคนขับหายไป!!!

แม้จะกวาดสายตาไปรอบๆ ก็ไม่พบผู้ต้องสงสัยที่ถือกระเป๋าของเธอเลย ส่วนประตูรถด้านข้างคนขับนั้น อยู่ในลักษณะปิดไม่สนิท 

ผู้เสียหายสันนิษฐานว่า เหตุการณ์ดังกล่าว น่าจะเป็นฝีมือของแก๊งมิจฉาชีพ ที่มีการวางแผนมาเป็นอย่างดี เริ่มจากการแอบเทกาว ต่อด้วยให้อีกคนเดินมาเคาะกระจก และเมื่อเหยื่อลงจากรถที่ปลดล็อกทุกด้าน อีกคนก็จะฉวยโอกาสรีบเปิดประตูด้านข้างคนขับ ฉกทรัพย์และหนี

หากไม่อยากตกเป็นเหยื่อ ในกรณีที่คุณอยู่ในรถเพียงคนเดียว ไม่ควรเปิดกระจกคุยกับคนแปลกหน้า แม้เขาจะอ้างว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับรถของคุณ จนต้องลงจากรถโดยเปิดล็อกประตูทุกด้าน ขณะที่เครื่องยนต์ยังทำงานอยู่ เพราะคุณอาจเสียทรัพย์ หรือร้ายที่สุด คุณอาจถูกขโมยรถก็เป็นได้

ทางที่ดี หากสงสัยว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น ควรขับรถไปจอดที่บริเวณป้อมตำรวจ หรือบริเวณที่มีความปลอดภัย ก่อนจะลงจากรถไปดู ควรดับเครื่องยนต์ ออกจากรถแล้วล็อกประตูทุกด้าน

ร่วมแบ่งบันประสบการณ์หรือนาทีชีวิตกันได้ที่ athitayar@dailynews.co.th

ภัยร้ายรายวัน : ช่างสงสัย?

ชายผู้เคราะห์ร้ายรายหนึ่ง เผย ตนแวะไปซื้อของที่ตลาดนัดกลางคืนแห่งหนึ่งเพียงคนเดียว เขาจอดรถไว้ไม่ห่างจากที่นั่น เมื่อจะเดินทางกลับบ้าน เขาขึ้นรถ ล็อคประตู สตาร์ทเครื่อง และเตรียมออกรถ เมื่อเงยหน้าขึ้นกลับพบว่า มีชายคนหนึ่งยืนขวางอยู่ด้านหน้ารถและมองเข้ามาที่เขา

ด้วยความที่เป็นผู้ชายจึงไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายใดขึ้น เขาจึงกดปุ่มเปิดกระจกอัตโนมัติ แล้วยื่นหน้าออกไปถามชายคนดังกล่าวด้วยความสงสัยว่า “มีอะไรหรือครับ?”

ทันใดนั้น ชายอีก 3 คน วิ่งกรูเข้ามาที่ประตูรถด้านคนขับ พร้อมกับช่วยกันกดกระจกรถลงจนสุด ปลดล็อค และลากชายเจ้าของรถลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ทั้ง 4 รุมทำร้ายเขา ก่อนนำตัวขึ้นรถ ขับรถออกไปย่านชานเมืองในบริเวณเปลี่ยว

จากนั้น กลุ่มคนร้ายพูดคุยกันถึงวิธีการจัดการกับเหยื่อ ระหว่างที่พวกเขาตกลงกันอยู่ คนร้ายรายหนึ่งบังคับให้เหยื่อส่งของมีค่าที่มีอยู่ให้ สุดท้ายเขาก็ถูกปล่อยตัว เพราะไม่ขัดขืน แต่คนร้ายก็ขับรถยนต์พร้อมทรัพย์สินของเขาหลบหนีไป

อีกกรณี เกิดขึ้นกับชายวัยกลางคน ที่ได้ยินภัยร้ายหลายรูปแบบมาก่อนหน้า เขาจึงไม่ต้องเสียทรัพย์สินใดๆ ให้กับแก๊งโจรร้าย เมื่อเขาเดินกลับมาที่รถ และพบว่ามีซองเอกสารวางอยู่ด้านหลัง ลักษณะซองนั้นบรรจุสิ่งของเสียจนบวมแน่น เขาจึงใช้โทรศัพท์มือถือเขี่ยซองดังกล่าวทิ้งไป และรีบขึ้นรถ ล็อคประตูทันที

ในขณะที่เขาอยู่ในรถ เขามองผ่านกระจกที่สะท้อนภาพด้านหลังตัวรถ จึงพบว่า รถคันที่จอดต่อหลัง ซึ่งติดฟิล์มกรองแสดงสีดำสนิท และเหมือนถูกจอดทิ้งไว้ ก็ถูกสตาร์ทขึ้นและขับออกไปอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญรถคันดังกล่าวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน

เขาได้แต่คิดว่าหากตนเองสงสัยซองเอกสารที่พบแล้วหยิบมาเปิดดู คนร้ายคงจะอาศัยจังหวะนั้นเข้าลงจากรถ และมาทำร้ายเขาแน่ๆ

ดังนั้น เมื่อคุณพบความผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นคนแปลกหน้าที่เดินเข้ามาใกล้ หรือมีวัตถุสิ่งของวางอยู่บริเวณรถของคุณ ไม่ควรเปิดกระจก ลงจากรถไปพูดคุยกับคนแปลกหน้า หรือหยิบสิ่งของเหล่านั้นมาดู เพราะคนร้ายอาจใช้ความสงสัยของคุณเป็นช่องทางในการก่อเหตุร้ายได้ ทางที่ดี เมื่อขึ้นรถควรล็อคประตูทันที กดแตรเพื่อเรียกร้องความสนใจ และทำให้คนร้ายตกใจกลัว.

มาแบ่งปันประสบการณ์หรือนาทีชีวิตกันได้ที่ athitayar@dailynews.co.th

จาก  เดลินิวส์ 23  มิถุนายน  2551
ภัยร้ายรายวัน : เมื่อคุณไม่ล็อกรถ..!

เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านคงเคยได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผู้ขับขี่ที่นำรถยนต์ไปจอดในบริเวณเปลี่ยว ระบบรักษาความปลอดภัยหละหลวม จนต้องตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ซึ่งอาศัยความประมาทของผู้ขับขี่ที่ไม่ล็อกประตูรถทันที รีบขึ้นไปนั่งเป็นแขกไม่ได้รับเชิญ ข่มขู่สารพัดวิธี เพราะต้องการทรัพย์สิน หรือหวังทำร้ายร่างกายเพื่อลวงละเมิดทางเพศสำหรับเหยื่อที่เป็นสุภาพสตรี

บางครั้ง คุณอาจจะคิดว่า เรื่องดังกล่าวไม่สามารถเกิดขึ้นกับคุณได้ เพราะคุณเลือกที่จอดรถได้อย่างปลอดภัย จึงไม่สนใจที่จะล็อกประตูรถในทันที

ทว่า มีผู้เคยประสบเหตุเคยคิดแบบนั้นมาก่อน แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็ต้องเปลี่ยนแปลงความเคยชินที่ขาดความรอบคอบ พร้อมกระตุ้นเตือนคนรอบข้าง ตั้งแต่ภัยร้ายนั้นเกิดขึ้นกับเขาจริงๆ...

เหตุการณ์แรก วันหนึ่งภรรยาของเขาพาลูกไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า เมื่อทำทุกอย่างเสร็จ เธอพาลูกขึ้นรถส่วนตัวที่จอดไว้ในลานจอดรถของห้าง โดยปกติเธอเป็นคนที่ระมัดระวังและล็อกประตูทันทีเมื่อขึ้นรถทุกครั้ง ในวันนั้นเธอก็ทำเช่นนั้น ขณะที่เธอกำลังควานหาบัตรจอดรถในกระเป๋า มีผู้ชายสองคนเดินเข้ามาข้างๆ รถ พร้อมดึงที่เปิดประตูด้านหลังทั้งสองข้าง แต่เพราะเธอล็อกประตูทันทีเขาจึงไม่สามารถเข้ามาในรถได้ ทั้งสองหยุดยืนข้างๆ รถ เหมือนกับจะรอให้เธอเปิดกระจกเพื่อถามสาเหตุของการกระทำ แต่เธอก็ไม่เปิดกระจกหรือลงจากรถ จากนั้น มีรถคันหนึ่งซึ่งทั้งสีและยี่ห้อแตกต่างกับรถของเธออย่างสิ้นเชิง ขับมาใกล้ๆ แล้วจอดรับชายคู่นั้นไป 

เหตุการณ์ต่อมา พ่อและแม่ของเขา ไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกายตามแพทย์นัด หลังจากที่ทั้งสองขับรถออกจากโรงพยาบาลซึ่งไม่ได้ล็อกประตูรถ เมื่อจอดติดไฟแดงอยู่บนถนน มีชายสองคนเปิดประตูรถแล้วขึ้นมานั่งที่เบาะหลัง ทั้งพ่อและแม่ของเขาจึงรีบปลดเข็มขัดนิรภัย บิดกุญแจดับเครื่องและดึงออก แล้วรีบออกมายืนนอกรถ โดยเปิดประตูไว้ จนทำให้ชายสองคนนั้นต้องลงมาจากรถ เพราะพ่อและแม่ของเขาขึ้นเสียงบอกให้ลงมาจากรถไม่อย่างนั้นจะเรียกเพื่อนๆ ที่อยู่ในโรงพยาบาลออกมาช่วย และจะแจ้งตำรวจ ทันใดนั้น พวกเขารีบลุกออกมา พร้อมกับพูดขอโทษที่เข้าใจผิด คิดว่าเป็นรถของเพื่อน แล้วรีบเดินหายไป โดยไม่หยุดรอรถของเพื่อนที่พวกเขาอ้าง

ทั้งสองเหตุการณ์ข้างต้นต่างเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวที่เขารัก แม้จะยังไม่ทันเกิดความเสียหาย แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า ความกล้าของมิจฉาชีพนั้นมีมากขึ้น เพราะฉะนั้นคุณไม่จำเป็นจะต้องคอยระมัดระวังเรื่องการล็อกประตูรถเฉพาะเวลาที่นำรถไปจอดในที่เปลี่ยวเท่านั้น ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นที่ใด เวลาใด คุณก็อาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้

เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน พยายามสังเกตความผิดปกติรอบๆ ก่อนเดินถึงตัวรถ เมื่อขึ้นรถควรรีบ ล็อกประตูรถทุกบานทันที ไม่เปิดกระจกพูดคุยกับคนแปลกหน้า หากเกิดความผิดปกติไม่ว่าจะกับรถ หรือคน ให้กดแตรเรียกเจ้าหน้าที่ อย่าลงจากรถถ้าคุณอยู่คนเดียวหรืออยู่กับเด็กเล็กๆ.

 
จาก  เดลินิวส์


ติดต่อเราผ่านฟอร์มเมล์
อีเมล์คุณ
เรื่อง
รายละเอียด



จำนวนผู้เข้าชมทั้งสิ้น
Web Page Hit Counter
Dell Promotion Codes
 
© 2018 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com